counter 112,226

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^ ๒๙ ก.ค. ๕๐

พักนี้อากาศเปลี่ยนบ๊อยบ่อย
เด็กๆเลยมีอาการหวัดรับประทานบ้างเล็กน้อย
น้องเมลน้ำมูกไหลนิดหน่อย
พี่มินท์เช้าๆตื่นมามีไอก็เลยต้องกินยา อาการดีขึ้นแล้ว
จะมีก็พี่มิลค์ที่รู้สึกว่าภูมิต้านทานดีกว่าพี่น้อง
อย่าว่าเด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างผมยังโดนด้วยเหมือนกัน
นี้ขนาดว่าไปเตะบอลทุกสัปดาห์นะเนี่ย

เมื่อวานตอนเช้าไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ
ก็เรียกว่าไปกันทุกเสาร์เลยก็ว่าได้
ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
๒ สาวเค้าไปซื้อของสำหรับไปเรียน
พี่มินท์ต้องใช้ฟิวเจอร์บอร์ด
ส่วนพี่มิลค์ต้องใช้สีน้ำ จานสี ละก็พู่กัน
ซื้อหนังสือการ์ตูนคนละเล่ม
แล้วก็เดินไปนั่งกินแม็คโดนัลด์
นึกได้ว่าไม่ได้กินแม็คฯนานมาแล้ว
ตอนที่เดินจะไปร้านแม็คฯ
เห็นน้องๆเชียร์ลีดเดอร์ ม. รังสิตเดินขึ้นชั้นบน
แล้วมารู้จากเสียงประกาศว่ามีแข่งเต้นเชียร์ลีดเดอร์ตรงชั้นบน
หลังจากกินแม็คฯเสร็จ
ก็เลยพากันเดินขึ้นไปนั่งดูน้องๆเค้าเต้นแข่งกัน
อ่อ..ตอนผ่านประตูได้ยาสีฟันดาร์ลี่มาเพียบเลย
เพราะเค้าเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน
และสังเกตว่าทุกทีมต้องสวมชุดเขียวทุกทีมตามสีของสปอนเซอร์
พี่มินท์ชอบมาก เพราะเค้าชอบอะไรพวกนี้
แต่นั่งดูได้แค่ระดับมัธยมแข่งจบเท่านั้น เพราะต้องกลับบ้านแล้ว
ต้องเอาน้องเมลกลับมานอนกลางวัน
แล้วตอนบ่ายสามผมก็ออกไปเตะฟุตบอล
เสียกายที่สนามใหญ่เค้าห้ามใช้
เพราะก่อนหน้านั้นนิดเดียวฝนดันตก
ก็เลยได้เล่นแค่สนามเล็ก ๗ คน
ก็ยังดีที่ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าไปแล้วเสียเที่ยว

วันนี้พี่มิลค์ไปแข่งกีฬาไมโล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ
แข่งกันสนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ตอนแรกไปส่งที่โรงเรียนตอน ๗ โมงครึ่ง
แต่ปรากฏว่าเค้าไปกันแล้ว
ก็เลยขับไปส่งที่สนาม กกท. แล้วก็ทิ้งเค้าไว้
กลับมากินข้าวอาบน้ำ แล้วก็รับสมาชิกที่เหลือกลับไปดู
กว่าจะได้แข่งก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
อ่อ...ลืมบอกไปว่าพี่มิลค์เป็นตัวแทนของโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์
ไปแข่งกระโดดไกลในระดับชั้น ป. ๓ กับ ป. ๔ (แข่งรวมกัน)
ผลปรากฏว่าไม่ได้ซักอันดับ เพราะว่ากระโดดได้ ๑.๖๓ ซม.
ที่ ๑ กระโดดได้ตั้ง ๑.๘๑ แน่ะ ไกลมาก
ส่วนที่ ๒ ที่ ๓ กระโดดได้ ๑.๖๗ และ ๑.๖๔ ตามลำดับ
พี่มิลค์ก็เลยกดได้เหรียญรางวัลซะ
จริงๆครั้งสุดท้ายกระโดดได้ไกลนะแต่ฟาวล์ซะนี่
ในเมื่อไม่ได้รางวัลก็เลยมามาสเตอร์กลับบ้าน
ตอนบ่านผมกับน้องเมลไปหาย่า
ย่าเด็กๆเพิ่งลงมาเมื่อวานเย็น
เอาลำไยจากที่ปู่ปลูกมาฝาก
แถมด้วยอาการเหนืออีกเล็กน้อย
วันนี้ทำข้าวซอยใส่ถุงกลับบ้านมากินด้วย
แถมมีกับข้าวเหนือ เป็นแกงแค (แกงป่า) น้ำพริกอ่องพริกสด
แล้วก็ยังมีหมูอบทรงเครื่องฝีมือแม่ (ย่า) ที่ติดใจมาตั้งแต่เด็ก
มือเย็นนี้ก็เลยอิ่มแปร้ด้วยข้าวซอย
ส่วนพวกกับข้าวก็คงต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้า
สัปดาห์นี้หยุดติดกันหลายวัน
บริษัทชดเชยแค่วันเดียว แต่เด็กๆหยุดกัน ๔ วันแน่ะ
อิจฉาเด็กๆจังเล้ย

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^ ๒๙ ก.ค. ๕๐

พักนี้อากาศเปลี่ยนบ๊อยบ่อย
เด็กๆเลยมีอาการหวัดรับประทานบ้างเล็กน้อย
น้องเมลน้ำมูกไหลนิดหน่อย
พี่มินท์เช้าๆตื่นมามีไอก็เลยต้องกินยา อาการดีขึ้นแล้ว
จะมีก็พี่มิลค์ที่รู้สึกว่าภูมิต้านทานดีกว่าพี่น้อง
อย่าว่าเด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างผมยังโดนด้วยเหมือนกัน
นี้ขนาดว่าไปเตะบอลทุกสัปดาห์นะเนี่ย

เมื่อวานตอนเช้าไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ
ก็เรียกว่าไปกันทุกเสาร์เลยก็ว่าได้
ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
๒ สาวเค้าไปซื้อของสำหรับไปเรียน
พี่มินท์ต้องใช้ฟิวเจอร์บอร์ด
ส่วนพี่มิลค์ต้องใช้สีน้ำ จานสี ละก็พู่กัน
ซื้อหนังสือการ์ตูนคนละเล่ม
แล้วก็เดินไปนั่งกินแม็คโดนัลด์
นึกได้ว่าไม่ได้กินแม็คฯนานมาแล้ว
ตอนที่เดินจะไปร้านแม็คฯ
เห็นน้องๆเชียร์ลีดเดอร์ ม. รังสิตเดินขึ้นชั้นบน
แล้วมารู้จากเสียงประกาศว่ามีแข่งเต้นเชียร์ลีดเดอร์ตรงชั้นบน
หลังจากกินแม็คฯเสร็จ
ก็เลยพากันเดินขึ้นไปนั่งดูน้องๆเค้าเต้นแข่งกัน
อ่อ..ตอนผ่านประตูได้ยาสีฟันดาร์ลี่มาเพียบเลย
เพราะเค้าเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน
และสังเกตว่าทุกทีมต้องสวมชุดเขียวทุกทีมตามสีของสปอนเซอร์
พี่มินท์ชอบมาก เพราะเค้าชอบอะไรพวกนี้
แต่นั่งดูได้แค่ระดับมัธยมแข่งจบเท่านั้น เพราะต้องกลับบ้านแล้ว
ต้องเอาน้องเมลกลับมานอนกลางวัน
แล้วตอนบ่ายสามผมก็ออกไปเตะฟุตบอล
เสียกายที่สนามใหญ่เค้าห้ามใช้
เพราะก่อนหน้านั้นนิดเดียวฝนดันตก
ก็เลยได้เล่นแค่สนามเล็ก ๗ คน
ก็ยังดีที่ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าไปแล้วเสียเที่ยว

วันนี้พี่มิลค์ไปแข่งกีฬาไมโล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ
แข่งกันสนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ตอนแรกไปส่งที่โรงเรียนตอน ๗ โมงครึ่ง
แต่ปรากฏว่าเค้าไปกันแล้ว
ก็เลยขับไปส่งที่สนาม กกท. แล้วก็ทิ้งเค้าไว้
กลับมากินข้าวอาบน้ำ แล้วก็รับสมาชิกที่เหลือกลับไปดู
กว่าจะได้แข่งก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
อ่อ...ลืมบอกไปว่าพี่มิลค์เป็นตัวแทนของโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์
ไปแข่งกระโดดไกลในระดับชั้น ป. ๓ กับ ป. ๔ (แข่งรวมกัน)
ผลปรากฏว่าไม่ได้ซักอันดับ เพราะว่ากระโดดได้ ๑.๖๓ ซม.
ที่ ๑ กระโดดได้ตั้ง ๑.๘๑ แน่ะ ไกลมาก
ส่วนที่ ๒ ที่ ๓ กระโดดได้ ๑.๖๗ และ ๑.๖๔ ตามลำดับ
พี่มิลค์ก็เลยกดได้เหรียญรางวัลซะ
จริงๆครั้งสุดท้ายกระโดดได้ไกลนะแต่ฟาวล์ซะนี่
ในเมื่อไม่ได้รางวัลก็เลยมามาสเตอร์กลับบ้าน
ตอนบ่านผมกับน้องเมลไปหาย่า
ย่าเด็กๆเพิ่งลงมาเมื่อวานเย็น
เอาลำไยจากที่ปู่ปลูกมาฝาก
แถมด้วยอาการเหนืออีกเล็กน้อย
วันนี้ทำข้าวซอยใส่ถุงกลับบ้านมากินด้วย
แถมมีกับข้าวเหนือ เป็นแกงแค (แกงป่า) น้ำพริกอ่องพริกสด
แล้วก็ยังมีหมูอบทรงเครื่องฝีมือแม่ (ย่า) ที่ติดใจมาตั้งแต่เด็ก
มือเย็นนี้ก็เลยอิ่มแปร้ด้วยข้าวซอย
ส่วนพวกกับข้าวก็คงต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้า
สัปดาห์นี้หยุดติดกันหลายวัน
บริษัทชดเชยแค่วันเดียว แต่เด็กๆหยุดกัน ๔ วันแน่ะ
อิจฉาเด็กๆจังเล้ย

^_^ ตั๊ด สู้ ฟุด (๒๒ ก.ค.๕๐)

เมื่อวานไปดูหนังไทยเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุด มาครับ
คุณภรรยาอยากดูก็เลยชวนไปดูให้ได้
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังตอนไปดู Transformers นั่นแหล่ะ
ก็เลยออกบ้านกันแต่เช้า
ไปถึงเดอะ มอลล์ บางกะปิ เวลาเปิดห้างพอดี
ดูกันรอบแรกเลยมั๊งนะ เพราะมันรอบ ๑๐.๔๐ น.
ก็ดูกันทั้งครอบครัวนั่นแหล่ะ
คนดูไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ถึงครึ่งโรงด้วย
อาจจะเพราะว่ารอบเช้าเกินไปด้วยมั๊ง
หนังก็พอดูได้ แต่ไม่ถึงกะฮาสะใจทั้งเรื่อง
หลังจากดูเสร็จก็พาเด็กๆไปกินข้าวที่ฟู้ดเซ็นเตอร์
แล้วก็ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต




น้องเมลก่อนออกจากบ้าน

ตอนบ่ายสามกว่าๆ ผมก็ออกไปเตะบอลกับน้องๆในกลุ่ม thekop.in.th
ต้องออกกำลังกายซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กินละก็นอน
ไปเตะมาได้หลายสัปดาห์แล้วล่ะ
ตอนไปเตะแรกๆนี่ อีกวันเดินขึ้นตึกเจ็บแปล๊บๆ
ตอนนี้ไม่มีอาการที่ว่าแล้ว แสดงว่าอยู่ตัวบ้างแล้วล่ะ



วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนกัน
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว
ตอนเที่ยงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือในซอยใกล้บ้าน
ตอนเย็นไปว่ายน้ำที่สระของโครงการบ้าน
พรุ่งนี้วันจันทร์ ผมไปทำงาน เด็กๆก็ไปโรงเรียนเหมือนเคย
แต่ตอนนี้พี่มินท์รบเร้าจะให้พาไปดู Harry Potter
เค้าชอบมาก หนังสือก็อ่าน หนังก็ดู
กะว่าสัปดาห์หน้าค่อยพาไป
ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นหนังจะออกโรงหรือยังนี่สิ

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^ ๒๙ ก.ค. ๕๐

พักนี้อากาศเปลี่ยนบ๊อยบ่อย
เด็กๆเลยมีอาการหวัดรับประทานบ้างเล็กน้อย
น้องเมลน้ำมูกไหลนิดหน่อย
พี่มินท์เช้าๆตื่นมามีไอก็เลยต้องกินยา อาการดีขึ้นแล้ว
จะมีก็พี่มิลค์ที่รู้สึกว่าภูมิต้านทานดีกว่าพี่น้อง
อย่าว่าเด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างผมยังโดนด้วยเหมือนกัน
นี้ขนาดว่าไปเตะบอลทุกสัปดาห์นะเนี่ย

เมื่อวานตอนเช้าไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ
ก็เรียกว่าไปกันทุกเสาร์เลยก็ว่าได้
ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
๒ สาวเค้าไปซื้อของสำหรับไปเรียน
พี่มินท์ต้องใช้ฟิวเจอร์บอร์ด
ส่วนพี่มิลค์ต้องใช้สีน้ำ จานสี ละก็พู่กัน
ซื้อหนังสือการ์ตูนคนละเล่ม
แล้วก็เดินไปนั่งกินแม็คโดนัลด์
นึกได้ว่าไม่ได้กินแม็คฯนานมาแล้ว
ตอนที่เดินจะไปร้านแม็คฯ
เห็นน้องๆเชียร์ลีดเดอร์ ม. รังสิตเดินขึ้นชั้นบน
แล้วมารู้จากเสียงประกาศว่ามีแข่งเต้นเชียร์ลีดเดอร์ตรงชั้นบน
หลังจากกินแม็คฯเสร็จ
ก็เลยพากันเดินขึ้นไปนั่งดูน้องๆเค้าเต้นแข่งกัน
อ่อ..ตอนผ่านประตูได้ยาสีฟันดาร์ลี่มาเพียบเลย
เพราะเค้าเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน
และสังเกตว่าทุกทีมต้องสวมชุดเขียวทุกทีมตามสีของสปอนเซอร์
พี่มินท์ชอบมาก เพราะเค้าชอบอะไรพวกนี้
แต่นั่งดูได้แค่ระดับมัธยมแข่งจบเท่านั้น เพราะต้องกลับบ้านแล้ว
ต้องเอาน้องเมลกลับมานอนกลางวัน
แล้วตอนบ่ายสามผมก็ออกไปเตะฟุตบอล
เสียกายที่สนามใหญ่เค้าห้ามใช้
เพราะก่อนหน้านั้นนิดเดียวฝนดันตก
ก็เลยได้เล่นแค่สนามเล็ก ๗ คน
ก็ยังดีที่ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าไปแล้วเสียเที่ยว

วันนี้พี่มิลค์ไปแข่งกีฬาไมโล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ
แข่งกันสนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ตอนแรกไปส่งที่โรงเรียนตอน ๗ โมงครึ่ง
แต่ปรากฏว่าเค้าไปกันแล้ว
ก็เลยขับไปส่งที่สนาม กกท. แล้วก็ทิ้งเค้าไว้
กลับมากินข้าวอาบน้ำ แล้วก็รับสมาชิกที่เหลือกลับไปดู
กว่าจะได้แข่งก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
อ่อ...ลืมบอกไปว่าพี่มิลค์เป็นตัวแทนของโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์
ไปแข่งกระโดดไกลในระดับชั้น ป. ๓ กับ ป. ๔ (แข่งรวมกัน)
ผลปรากฏว่าไม่ได้ซักอันดับ เพราะว่ากระโดดได้ ๑.๖๓ ซม.
ที่ ๑ กระโดดได้ตั้ง ๑.๘๑ แน่ะ ไกลมาก
ส่วนที่ ๒ ที่ ๓ กระโดดได้ ๑.๖๗ และ ๑.๖๔ ตามลำดับ
พี่มิลค์ก็เลยกดได้เหรียญรางวัลซะ
จริงๆครั้งสุดท้ายกระโดดได้ไกลนะแต่ฟาวล์ซะนี่
ในเมื่อไม่ได้รางวัลก็เลยมามาสเตอร์กลับบ้าน
ตอนบ่านผมกับน้องเมลไปหาย่า
ย่าเด็กๆเพิ่งลงมาเมื่อวานเย็น
เอาลำไยจากที่ปู่ปลูกมาฝาก
แถมด้วยอาการเหนืออีกเล็กน้อย
วันนี้ทำข้าวซอยใส่ถุงกลับบ้านมากินด้วย
แถมมีกับข้าวเหนือ เป็นแกงแค (แกงป่า) น้ำพริกอ่องพริกสด
แล้วก็ยังมีหมูอบทรงเครื่องฝีมือแม่ (ย่า) ที่ติดใจมาตั้งแต่เด็ก
มือเย็นนี้ก็เลยอิ่มแปร้ด้วยข้าวซอย
ส่วนพวกกับข้าวก็คงต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้า
สัปดาห์นี้หยุดติดกันหลายวัน
บริษัทชดเชยแค่วันเดียว แต่เด็กๆหยุดกัน ๔ วันแน่ะ
อิจฉาเด็กๆจังเล้ย

^_^ ตั๊ด สู้ ฟุด (๒๒ ก.ค.๕๐)

เมื่อวานไปดูหนังไทยเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุด มาครับ
คุณภรรยาอยากดูก็เลยชวนไปดูให้ได้
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังตอนไปดู Transformers นั่นแหล่ะ
ก็เลยออกบ้านกันแต่เช้า
ไปถึงเดอะ มอลล์ บางกะปิ เวลาเปิดห้างพอดี
ดูกันรอบแรกเลยมั๊งนะ เพราะมันรอบ ๑๐.๔๐ น.
ก็ดูกันทั้งครอบครัวนั่นแหล่ะ
คนดูไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ถึงครึ่งโรงด้วย
อาจจะเพราะว่ารอบเช้าเกินไปด้วยมั๊ง
หนังก็พอดูได้ แต่ไม่ถึงกะฮาสะใจทั้งเรื่อง
หลังจากดูเสร็จก็พาเด็กๆไปกินข้าวที่ฟู้ดเซ็นเตอร์
แล้วก็ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต




น้องเมลก่อนออกจากบ้าน

ตอนบ่ายสามกว่าๆ ผมก็ออกไปเตะบอลกับน้องๆในกลุ่ม thekop.in.th
ต้องออกกำลังกายซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กินละก็นอน
ไปเตะมาได้หลายสัปดาห์แล้วล่ะ
ตอนไปเตะแรกๆนี่ อีกวันเดินขึ้นตึกเจ็บแปล๊บๆ
ตอนนี้ไม่มีอาการที่ว่าแล้ว แสดงว่าอยู่ตัวบ้างแล้วล่ะ



วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนกัน
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว
ตอนเที่ยงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือในซอยใกล้บ้าน
ตอนเย็นไปว่ายน้ำที่สระของโครงการบ้าน
พรุ่งนี้วันจันทร์ ผมไปทำงาน เด็กๆก็ไปโรงเรียนเหมือนเคย
แต่ตอนนี้พี่มินท์รบเร้าจะให้พาไปดู Harry Potter
เค้าชอบมาก หนังสือก็อ่าน หนังก็ดู
กะว่าสัปดาห์หน้าค่อยพาไป
ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นหนังจะออกโรงหรือยังนี่สิ

^_^ สัปดาห์ที่ผ่านมา (๑๙ ก.ค. ๕๐)

นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อัพเดตไดอารี่ตั้งหลายวัน
กลัวมันจะขึ้นรา เลยมาอัพซะหน่อยนึง
ช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา เด็กๆสอบกลางภาคกัน
ไวจังแฮะ จำได้ว่าเพิ่งเปิดเรียนไปไม่นานนี่เอง
เวลาเดี๋ยวนี้ผ่านไปไวจนแทบทำอะไรไม่ทัน

เย็นวันก่อน น้องชายพาย่า (แม่) มาแวะหาเด็กๆ
เพราะว่าจะกลับลำพูน (วันพฤหัสที่ผ่านมา)
ถึงเวลาต้องพาพ่อไปพบคุณหมออีกแล้ว
พ่อต้องไปตรวจร่างกายทุกๆ ๒ เดือน
ช่วงก่อนนี่ทุกเดือนเลยแหล่ะ
บางครั้งไปก็ต้องไปแต่เช้า เพื่อไปเจาะเลือดและรอผล
ยาก็ต้องกินประจำ จนพ่อบอกว่าเบื่อละ
วันที่น้องมาก็เอาทีวีเก่า ๒๑ นิ้วให้ไปเก็บ
ไว้กลับไปลำพูนค่อยเอาไปให้พ่อไว้เปลี่ยนกับเครื่องในห้องนอน
พอดีเครื่องที่นี่ พี่ชายแฟนเค้าซื้อจอ ๒๙ นิ้วมาแทนแล้ว
ส่วนแม่ ถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า
เพราะเครื่องออกตอน ๖ โมงเช้ากว่าๆ ถึงเชียงใหม่ก็ ๗ โมงเกือบๆ ๘
ตอนแรกก็กลัวว่าจะมีเลื่อน เพราะโลว์คอสต์นี่ประจำเลย

วันก่อนน้องมิลค์บอกว่าโดนคุณครูประจำชั้นตีไป ๒ ที
เพราะว่าไม่ได้ไปเต้นแอร์โรบิค กับลืมทำเวร
เค้าบอกว่า ไม่เคยโดนตีมาก่อนเลยนะเนี่ย
เลยบอกเค้าไปว่า คนเราก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง
การลงโทษจะทำให้เราไม่ทำผิดซ้ำอีก

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย บ้านที่มีอยู่ใหม่ก็เลยต้องคอยสังเกต
ตอนนี้มีอยู่จุดหนึ่งในห้องนอน
มันมีน้ำซึมๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นหยดเลย
แจ้งโครงการไปแล้วหนก่อน มาทำทีแล้ว
แล้ววันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มาทำซ้ำหลังจากที่มันยังเป็นรอยน้ำซึม
แต่ก็ยังไม่หาย ยังมีรอยน้ำอยู่
ก็ต้องแจ้งไปอย่างนี้จนกว่าจะไม่มีรอย
แต่ครั้งนี้มาทำคงต้องถามว่าทำไปไม่ไปแก้บนหลังคา
เพราะทุกทีมาทำก็แค้เอาปูนไปโบกไปฉาบใต้หลังคาบนฝ้าเพดาน
แก้ทีเดียวบนหลังคาน่าจะดีกว่า
หรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ...


นี่..รอยน้ำซึมจากฝนตกเมื่อวานนี่เอง

ผ้าห่มที่น้องเมลใช้ตอนนี้
เป็นผ้าห่มที่ใช้มาตั้งแต่พี่มินท์ (คนโต)
เป็นผ้าที่พี่ที่บริษัทเก่าเค้าซื้อเป็นของขวัญตอนพี่มินท์เกิด
แล้วก็ใช้กันมาจนถึงเจ้าตัวเล็ก
ตอนนี้เจ้าน้องเมลกอดแจ
ไม่ถึงกับติดนะ แต่ว่าถ้าเห็นผ้าละต้องเอาไปกอด
เค้าบอกว่าชอบผ้าผืนนี้มาก
เมื่อเช้าเลยถามว่า เอาผืนนี้ทิ้งแล้วซื้อให้ใหม่เอาไหม
เค้ากอดอยู่ด้วย แล้วทำหน้าคิดอยู่นาน
แล้วบอกกลับมาว่า "ไม่เอา"
เออ...ไม่รู้ว่าชอบมันตรงไหน
เก่าก็เก่านะ...
บางทีเราก็ไม่เข้าใจเรื่องของเด็กเหมือนกันเนอะ


ผ้าห่มผืนรักของน้องเมล

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^ ๒๙ ก.ค. ๕๐

พักนี้อากาศเปลี่ยนบ๊อยบ่อย
เด็กๆเลยมีอาการหวัดรับประทานบ้างเล็กน้อย
น้องเมลน้ำมูกไหลนิดหน่อย
พี่มินท์เช้าๆตื่นมามีไอก็เลยต้องกินยา อาการดีขึ้นแล้ว
จะมีก็พี่มิลค์ที่รู้สึกว่าภูมิต้านทานดีกว่าพี่น้อง
อย่าว่าเด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างผมยังโดนด้วยเหมือนกัน
นี้ขนาดว่าไปเตะบอลทุกสัปดาห์นะเนี่ย

เมื่อวานตอนเช้าไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ
ก็เรียกว่าไปกันทุกเสาร์เลยก็ว่าได้
ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
๒ สาวเค้าไปซื้อของสำหรับไปเรียน
พี่มินท์ต้องใช้ฟิวเจอร์บอร์ด
ส่วนพี่มิลค์ต้องใช้สีน้ำ จานสี ละก็พู่กัน
ซื้อหนังสือการ์ตูนคนละเล่ม
แล้วก็เดินไปนั่งกินแม็คโดนัลด์
นึกได้ว่าไม่ได้กินแม็คฯนานมาแล้ว
ตอนที่เดินจะไปร้านแม็คฯ
เห็นน้องๆเชียร์ลีดเดอร์ ม. รังสิตเดินขึ้นชั้นบน
แล้วมารู้จากเสียงประกาศว่ามีแข่งเต้นเชียร์ลีดเดอร์ตรงชั้นบน
หลังจากกินแม็คฯเสร็จ
ก็เลยพากันเดินขึ้นไปนั่งดูน้องๆเค้าเต้นแข่งกัน
อ่อ..ตอนผ่านประตูได้ยาสีฟันดาร์ลี่มาเพียบเลย
เพราะเค้าเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน
และสังเกตว่าทุกทีมต้องสวมชุดเขียวทุกทีมตามสีของสปอนเซอร์
พี่มินท์ชอบมาก เพราะเค้าชอบอะไรพวกนี้
แต่นั่งดูได้แค่ระดับมัธยมแข่งจบเท่านั้น เพราะต้องกลับบ้านแล้ว
ต้องเอาน้องเมลกลับมานอนกลางวัน
แล้วตอนบ่ายสามผมก็ออกไปเตะฟุตบอล
เสียกายที่สนามใหญ่เค้าห้ามใช้
เพราะก่อนหน้านั้นนิดเดียวฝนดันตก
ก็เลยได้เล่นแค่สนามเล็ก ๗ คน
ก็ยังดีที่ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าไปแล้วเสียเที่ยว

วันนี้พี่มิลค์ไปแข่งกีฬาไมโล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ
แข่งกันสนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ตอนแรกไปส่งที่โรงเรียนตอน ๗ โมงครึ่ง
แต่ปรากฏว่าเค้าไปกันแล้ว
ก็เลยขับไปส่งที่สนาม กกท. แล้วก็ทิ้งเค้าไว้
กลับมากินข้าวอาบน้ำ แล้วก็รับสมาชิกที่เหลือกลับไปดู
กว่าจะได้แข่งก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
อ่อ...ลืมบอกไปว่าพี่มิลค์เป็นตัวแทนของโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์
ไปแข่งกระโดดไกลในระดับชั้น ป. ๓ กับ ป. ๔ (แข่งรวมกัน)
ผลปรากฏว่าไม่ได้ซักอันดับ เพราะว่ากระโดดได้ ๑.๖๓ ซม.
ที่ ๑ กระโดดได้ตั้ง ๑.๘๑ แน่ะ ไกลมาก
ส่วนที่ ๒ ที่ ๓ กระโดดได้ ๑.๖๗ และ ๑.๖๔ ตามลำดับ
พี่มิลค์ก็เลยกดได้เหรียญรางวัลซะ
จริงๆครั้งสุดท้ายกระโดดได้ไกลนะแต่ฟาวล์ซะนี่
ในเมื่อไม่ได้รางวัลก็เลยมามาสเตอร์กลับบ้าน
ตอนบ่านผมกับน้องเมลไปหาย่า
ย่าเด็กๆเพิ่งลงมาเมื่อวานเย็น
เอาลำไยจากที่ปู่ปลูกมาฝาก
แถมด้วยอาการเหนืออีกเล็กน้อย
วันนี้ทำข้าวซอยใส่ถุงกลับบ้านมากินด้วย
แถมมีกับข้าวเหนือ เป็นแกงแค (แกงป่า) น้ำพริกอ่องพริกสด
แล้วก็ยังมีหมูอบทรงเครื่องฝีมือแม่ (ย่า) ที่ติดใจมาตั้งแต่เด็ก
มือเย็นนี้ก็เลยอิ่มแปร้ด้วยข้าวซอย
ส่วนพวกกับข้าวก็คงต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้า
สัปดาห์นี้หยุดติดกันหลายวัน
บริษัทชดเชยแค่วันเดียว แต่เด็กๆหยุดกัน ๔ วันแน่ะ
อิจฉาเด็กๆจังเล้ย

^_^ ตั๊ด สู้ ฟุด (๒๒ ก.ค.๕๐)

เมื่อวานไปดูหนังไทยเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุด มาครับ
คุณภรรยาอยากดูก็เลยชวนไปดูให้ได้
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังตอนไปดู Transformers นั่นแหล่ะ
ก็เลยออกบ้านกันแต่เช้า
ไปถึงเดอะ มอลล์ บางกะปิ เวลาเปิดห้างพอดี
ดูกันรอบแรกเลยมั๊งนะ เพราะมันรอบ ๑๐.๔๐ น.
ก็ดูกันทั้งครอบครัวนั่นแหล่ะ
คนดูไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ถึงครึ่งโรงด้วย
อาจจะเพราะว่ารอบเช้าเกินไปด้วยมั๊ง
หนังก็พอดูได้ แต่ไม่ถึงกะฮาสะใจทั้งเรื่อง
หลังจากดูเสร็จก็พาเด็กๆไปกินข้าวที่ฟู้ดเซ็นเตอร์
แล้วก็ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต




น้องเมลก่อนออกจากบ้าน

ตอนบ่ายสามกว่าๆ ผมก็ออกไปเตะบอลกับน้องๆในกลุ่ม thekop.in.th
ต้องออกกำลังกายซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กินละก็นอน
ไปเตะมาได้หลายสัปดาห์แล้วล่ะ
ตอนไปเตะแรกๆนี่ อีกวันเดินขึ้นตึกเจ็บแปล๊บๆ
ตอนนี้ไม่มีอาการที่ว่าแล้ว แสดงว่าอยู่ตัวบ้างแล้วล่ะ



วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนกัน
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว
ตอนเที่ยงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือในซอยใกล้บ้าน
ตอนเย็นไปว่ายน้ำที่สระของโครงการบ้าน
พรุ่งนี้วันจันทร์ ผมไปทำงาน เด็กๆก็ไปโรงเรียนเหมือนเคย
แต่ตอนนี้พี่มินท์รบเร้าจะให้พาไปดู Harry Potter
เค้าชอบมาก หนังสือก็อ่าน หนังก็ดู
กะว่าสัปดาห์หน้าค่อยพาไป
ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นหนังจะออกโรงหรือยังนี่สิ

^_^ สัปดาห์ที่ผ่านมา (๑๙ ก.ค. ๕๐)

นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อัพเดตไดอารี่ตั้งหลายวัน
กลัวมันจะขึ้นรา เลยมาอัพซะหน่อยนึง
ช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา เด็กๆสอบกลางภาคกัน
ไวจังแฮะ จำได้ว่าเพิ่งเปิดเรียนไปไม่นานนี่เอง
เวลาเดี๋ยวนี้ผ่านไปไวจนแทบทำอะไรไม่ทัน

เย็นวันก่อน น้องชายพาย่า (แม่) มาแวะหาเด็กๆ
เพราะว่าจะกลับลำพูน (วันพฤหัสที่ผ่านมา)
ถึงเวลาต้องพาพ่อไปพบคุณหมออีกแล้ว
พ่อต้องไปตรวจร่างกายทุกๆ ๒ เดือน
ช่วงก่อนนี่ทุกเดือนเลยแหล่ะ
บางครั้งไปก็ต้องไปแต่เช้า เพื่อไปเจาะเลือดและรอผล
ยาก็ต้องกินประจำ จนพ่อบอกว่าเบื่อละ
วันที่น้องมาก็เอาทีวีเก่า ๒๑ นิ้วให้ไปเก็บ
ไว้กลับไปลำพูนค่อยเอาไปให้พ่อไว้เปลี่ยนกับเครื่องในห้องนอน
พอดีเครื่องที่นี่ พี่ชายแฟนเค้าซื้อจอ ๒๙ นิ้วมาแทนแล้ว
ส่วนแม่ ถึงบ้านเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า
เพราะเครื่องออกตอน ๖ โมงเช้ากว่าๆ ถึงเชียงใหม่ก็ ๗ โมงเกือบๆ ๘
ตอนแรกก็กลัวว่าจะมีเลื่อน เพราะโลว์คอสต์นี่ประจำเลย

วันก่อนน้องมิลค์บอกว่าโดนคุณครูประจำชั้นตีไป ๒ ที
เพราะว่าไม่ได้ไปเต้นแอร์โรบิค กับลืมทำเวร
เค้าบอกว่า ไม่เคยโดนตีมาก่อนเลยนะเนี่ย
เลยบอกเค้าไปว่า คนเราก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง
การลงโทษจะทำให้เราไม่ทำผิดซ้ำอีก

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย บ้านที่มีอยู่ใหม่ก็เลยต้องคอยสังเกต
ตอนนี้มีอยู่จุดหนึ่งในห้องนอน
มันมีน้ำซึมๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นหยดเลย
แจ้งโครงการไปแล้วหนก่อน มาทำทีแล้ว
แล้ววันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็มาทำซ้ำหลังจากที่มันยังเป็นรอยน้ำซึม
แต่ก็ยังไม่หาย ยังมีรอยน้ำอยู่
ก็ต้องแจ้งไปอย่างนี้จนกว่าจะไม่มีรอย
แต่ครั้งนี้มาทำคงต้องถามว่าทำไปไม่ไปแก้บนหลังคา
เพราะทุกทีมาทำก็แค้เอาปูนไปโบกไปฉาบใต้หลังคาบนฝ้าเพดาน
แก้ทีเดียวบนหลังคาน่าจะดีกว่า
หรือเปล่าก็ไม่รู้แฮะ...


นี่..รอยน้ำซึมจากฝนตกเมื่อวานนี่เอง

ผ้าห่มที่น้องเมลใช้ตอนนี้
เป็นผ้าห่มที่ใช้มาตั้งแต่พี่มินท์ (คนโต)
เป็นผ้าที่พี่ที่บริษัทเก่าเค้าซื้อเป็นของขวัญตอนพี่มินท์เกิด
แล้วก็ใช้กันมาจนถึงเจ้าตัวเล็ก
ตอนนี้เจ้าน้องเมลกอดแจ
ไม่ถึงกับติดนะ แต่ว่าถ้าเห็นผ้าละต้องเอาไปกอด
เค้าบอกว่าชอบผ้าผืนนี้มาก
เมื่อเช้าเลยถามว่า เอาผืนนี้ทิ้งแล้วซื้อให้ใหม่เอาไหม
เค้ากอดอยู่ด้วย แล้วทำหน้าคิดอยู่นาน
แล้วบอกกลับมาว่า "ไม่เอา"
เออ...ไม่รู้ว่าชอบมันตรงไหน
เก่าก็เก่านะ...
บางทีเราก็ไม่เข้าใจเรื่องของเด็กเหมือนกันเนอะ


ผ้าห่มผืนรักของน้องเมล

^_^ รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (๘ ก.ค. ๕๐)

เมื่อวานพาเด็กๆไปรับวัคซีนมา
เป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
๓ คนก็จ่าย ๓ เข็ม ค่าวัคซีนรวมแล้วสองพันแปดกว่าๆ
ใช่บัตรเครดิต HSBC มีส่วนลดเหลือสองพันเจ็ดนิดๆ
เดือนหน้านี่สิ...
คุณหมอนัดรับวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสเข็ม ๒
คือนัดพร้อมกันทั้ง ๓ หน่อเลย
ตอนนี้ผมก็อึ้งว่าตกลงมันต้องฉีดกี่เข็ม
เพราะเข็มแรกที่ฉีดไปตกเข็มละพันกว่าได้
แล้วก็จำได้ว่าไม่เห็นคุณว่ามันจะต้องมีเข็ม ๒
รู้แค่ว่าฉีดแล้วจะไม่เป็นอีสุกอีใสไปอีก ๑๘ ปี
แต่มาวันนี้ ต้องฉีดเข็มที่ ๒
แล้วมันจะต้องมีเข็มต่อๆไปอีกไหมเนี่ย

^_^" คุยกับวัว (๓๑ ก.ค. ๕๐)

เคยเขียนในไดอารี่ไปครั้งนึงแล้ว
ที่บอกว่าน้องเมลค้าชอบผ้าห่มส่วนตัวของเค้ามาก
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผ้าห่มผืนใหม่นะ
มันตกทอดมาตั้งแต่พี่สาวคนโต (พี่มินท์)
ถ้านับแล้วก็ร่วม ๑๐ ปีได้แล้วล่ะ
มันเป็นผ้าห่มรูปวัว จะมีเสียงเวลาบีบด้วย
เวลาจะนอนน้องเมลจะต้องเอาไปนอนกอดด้วยทุกครั้ง
แค่ใครจะเชื่อล่ะว่าน้องเมลคุยกับผ้าห่มได้
เคยได้ยินแต่ตอนที่แม่ยายคุยกับน้องเมล
เห็นคุยกันถึงบัวๆตอนแรกก็งงว่าบัวอะไร
ที่ไหนได้ มาสะดุดเอาตอนที่น้องเมลคุยกับผ้าห่มนี่แหล่ะ
จริงๆไม่ใช่บัว แต่มันคือวัวต่างหาก
ซึ่งก็คือวัวตัวที่อยู่ในผ้าห่มเค้านั่นแหล่ะ
เป็นผมที่ฟังเสียงผิดเพี้ยนไปเป็นบัวเอง
เมื่อวานตอนเย็นที่จะพาเค้าไปว่ายน้ำ
น้องเมลบอกกับวัวว่า "วัว...เดี๋ยวเมลจะไปว่ายน้ำนะ ไปนานด้วย"
พอดียืนอยู่ใกล้ๆก็เลยได้ยินที่น้องเมลพูด
แต่ก็ไม่ได้ทักเค้านะ เราก็แอบยิ้มแอบขำในใจ
หลังจากกลับมาจากว่ายน้ำ
น้องเมลก็เดินไปคุยกับวัวอีก
บอกว่า "วัว...เมลกลับมาแล้วนะ" แล้วก็๋เอามากอด
คิดแล้วก็ขำว่าเออลูกเรานี่มันก็มีอะไรแปลกๆดี
คุยกับผ้าห่มก็ได้ แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ
ไม่ได้คิดว่าเค้าบ้าหรืออะไร
ตอนนั่งทานข้าว เลยไปคุยให้ภรรยาฟัง
น้องเมลก็เลยอมยิ้มแบบเขินๆ
แต่ก็ไม่ได้ไปล้ออะไรเค้านะ
ปล่อยให้เค้าได้เป็นตัวเค้าแบบนี้ไปนั่นแหล่ะ
เพราะเค้าคงรักของเค้านั่นแหล่ะมั๊งถึงทำแบบนั้นน่ะ

^_^ ๒๙ ก.ค. ๕๐

พักนี้อากาศเปลี่ยนบ๊อยบ่อย
เด็กๆเลยมีอาการหวัดรับประทานบ้างเล็กน้อย
น้องเมลน้ำมูกไหลนิดหน่อย
พี่มินท์เช้าๆตื่นมามีไอก็เลยต้องกินยา อาการดีขึ้นแล้ว
จะมีก็พี่มิลค์ที่รู้สึกว่าภูมิต้านทานดีกว่าพี่น้อง
อย่าว่าเด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างผมยังโดนด้วยเหมือนกัน
นี้ขนาดว่าไปเตะบอลทุกสัปดาห์นะเนี่ย

เมื่อวานตอนเช้าไปเดอะ มอลล์ บางกะปิ
ก็เรียกว่าไปกันทุกเสาร์เลยก็ว่าได้
ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต
๒ สาวเค้าไปซื้อของสำหรับไปเรียน
พี่มินท์ต้องใช้ฟิวเจอร์บอร์ด
ส่วนพี่มิลค์ต้องใช้สีน้ำ จานสี ละก็พู่กัน
ซื้อหนังสือการ์ตูนคนละเล่ม
แล้วก็เดินไปนั่งกินแม็คโดนัลด์
นึกได้ว่าไม่ได้กินแม็คฯนานมาแล้ว
ตอนที่เดินจะไปร้านแม็คฯ
เห็นน้องๆเชียร์ลีดเดอร์ ม. รังสิตเดินขึ้นชั้นบน
แล้วมารู้จากเสียงประกาศว่ามีแข่งเต้นเชียร์ลีดเดอร์ตรงชั้นบน
หลังจากกินแม็คฯเสร็จ
ก็เลยพากันเดินขึ้นไปนั่งดูน้องๆเค้าเต้นแข่งกัน
อ่อ..ตอนผ่านประตูได้ยาสีฟันดาร์ลี่มาเพียบเลย
เพราะเค้าเป็นสปอนเซอร์หลักของการแข่งขัน
และสังเกตว่าทุกทีมต้องสวมชุดเขียวทุกทีมตามสีของสปอนเซอร์
พี่มินท์ชอบมาก เพราะเค้าชอบอะไรพวกนี้
แต่นั่งดูได้แค่ระดับมัธยมแข่งจบเท่านั้น เพราะต้องกลับบ้านแล้ว
ต้องเอาน้องเมลกลับมานอนกลางวัน
แล้วตอนบ่ายสามผมก็ออกไปเตะฟุตบอล
เสียกายที่สนามใหญ่เค้าห้ามใช้
เพราะก่อนหน้านั้นนิดเดียวฝนดันตก
ก็เลยได้เล่นแค่สนามเล็ก ๗ คน
ก็ยังดีที่ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าไปแล้วเสียเที่ยว

วันนี้พี่มิลค์ไปแข่งกีฬาไมโล จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ
แข่งกันสนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก
ตอนแรกไปส่งที่โรงเรียนตอน ๗ โมงครึ่ง
แต่ปรากฏว่าเค้าไปกันแล้ว
ก็เลยขับไปส่งที่สนาม กกท. แล้วก็ทิ้งเค้าไว้
กลับมากินข้าวอาบน้ำ แล้วก็รับสมาชิกที่เหลือกลับไปดู
กว่าจะได้แข่งก็เกือบเที่ยงเข้าไปแล้ว
อ่อ...ลืมบอกไปว่าพี่มิลค์เป็นตัวแทนของโรงเรียนเพ็ญสมิทธ์
ไปแข่งกระโดดไกลในระดับชั้น ป. ๓ กับ ป. ๔ (แข่งรวมกัน)
ผลปรากฏว่าไม่ได้ซักอันดับ เพราะว่ากระโดดได้ ๑.๖๓ ซม.
ที่ ๑ กระโดดได้ตั้ง ๑.๘๑ แน่ะ ไกลมาก
ส่วนที่ ๒ ที่ ๓ กระโดดได้ ๑.๖๗ และ ๑.๖๔ ตามลำดับ
พี่มิลค์ก็เลยกดได้เหรียญรางวัลซะ
จริงๆครั้งสุดท้ายกระโดดได้ไกลนะแต่ฟาวล์ซะนี่
ในเมื่อไม่ได้รางวัลก็เลยมามาสเตอร์กลับบ้าน
ตอนบ่านผมกับน้องเมลไปหาย่า
ย่าเด็กๆเพิ่งลงมาเมื่อวานเย็น
เอาลำไยจากที่ปู่ปลูกมาฝาก
แถมด้วยอาการเหนืออีกเล็กน้อย
วันนี้ทำข้าวซอยใส่ถุงกลับบ้านมากินด้วย
แถมมีกับข้าวเหนือ เป็นแกงแค (แกงป่า) น้ำพริกอ่องพริกสด
แล้วก็ยังมีหมูอบทรงเครื่องฝีมือแม่ (ย่า) ที่ติดใจมาตั้งแต่เด็ก
มือเย็นนี้ก็เลยอิ่มแปร้ด้วยข้าวซอย
ส่วนพวกกับข้าวก็คงต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เช้า
สัปดาห์นี้หยุดติดกันหลายวัน
บริษัทชดเชยแค่วันเดียว แต่เด็กๆหยุดกัน ๔ วันแน่ะ
อิจฉาเด็กๆจังเล้ย

^_^ ตั๊ด สู้ ฟุด (๒๒ ก.ค.๕๐)

เมื่อวานไปดูหนังไทยเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุด มาครับ
คุณภรรยาอยากดูก็เลยชวนไปดูให้ได้
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างหนังตอนไปดู Transformers นั่นแหล่ะ
ก็เลยออกบ้านกันแต่เช้า
ไปถึงเดอะ มอลล์ บางกะปิ เวลาเปิดห้างพอดี
ดูกันรอบแรกเลยมั๊งนะ เพราะมันรอบ ๑๐.๔๐ น.
ก็ดูกันทั้งครอบครัวนั่นแหล่ะ
คนดูไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ถึงครึ่งโรงด้วย
อาจจะเพราะว่ารอบเช้าเกินไปด้วยมั๊ง
หนังก็พอดูได้ แต่ไม่ถึงกะฮาสะใจทั้งเรื่อง
หลังจากดูเสร็จก็พาเด็กๆไปกินข้าวที่ฟู้ดเซ็นเตอร์
แล้วก็ไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต




น้องเมลก่อนออกจากบ้าน

ตอนบ่ายสามกว่าๆ ผมก็ออกไปเตะบอลกับน้องๆในกลุ่ม thekop.in.th
ต้องออกกำลังกายซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่กินละก็นอน
ไปเตะมาได้หลายสัปดาห์แล้วล่ะ
ตอนไปเตะแรกๆนี่ อีกวันเดินขึ้นตึกเจ็บแปล๊บๆ
ตอนนี้ไม่มีอาการที่ว่าแล้ว แสดงว่าอยู่ตัวบ้างแล้วล่ะ



วันนี้ไม่ได้ออกไปไหนกัน
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว
ตอนเที่ยงไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือในซอยใกล้บ้าน
ตอนเย็นไปว่ายน้ำที่สระของโครงการบ้าน
พรุ่งนี้วันจันทร์ ผมไปทำงาน เด็กๆก็ไปโรงเรียนเหมือนเคย
แต่ตอนนี้พี่มินท์รบเร้าจะให้พาไปดู Harry Potter
เค้าชอบมาก หนังสือก็อ่าน หนังก็ดู
กะว่าสัปดาห์